ขยะอิเล็กทรอนิคกับการความก้าวหน้าของเทคโนโลยี

ขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์/โทรสาร กล้องถ่ายภาพ/วิดีโอ เครื่องปรับอากาศ และตู้เย็น มีอัตราการเพิ่มมากขึ้นเลื่อยๆ โดยปัจจุบันโรงงานในประเทศที่มีกระบวนการคัดแยกและบดย่อยชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีจำนวนน้อยและไม่เพียงพอกับปริมาณซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายที่หมดอายุการใช้งานหรือไม่ต้องการใช้งานอีกต่อไป เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์บ่อยครั้งกว่าที่เคยเป็นมา ซึ่งกลายมาเป็นขยะที่ต้องจัดการอย่างถูกสุขลักษณะต่อไปเช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นซีดี ดีวีดี โทรศัพท์เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องรับส่ง โทรสาร พริ้นเตอร์ เครื่องเสียง เครื่องดูดฝุ่นเตาอบไมโครเวฟ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า หลอดไฟ เครื่องมือเครื่องใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

ปัญหาของขยะอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน
ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน เพราะผู้บริโภคนิยมเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์อุปกรณ์เครื่องเสียง และพริ้นเตอร์บ่อยครั้งกว่าที่เคยเป็นมา ตามทิศทางของกระแสเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในยุโรปมีรายงานถึงปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วกว่าขยะประเภทอื่นๆ ถึง 3 เท่า และคาดการณ์กันว่าประเทศกำลังพัฒนาจะผลิตขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นอีกถึง 3 เท่า ภายใน 5 ปี ข้างหน้า สำหรับประเทศไทยจะประสบปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมหาศาล อันเป็นผลมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีอายุการใช้งานไม่นาน ขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่มีส่วนประกอบของสารพิษประเภทโลหะหนักที่มีมาก ได้แก่ ตะกั่ว ปรอทแคดเมียม สารหนู กำมะถัน และสารเคมีอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจอมอนิเตอร์ของเครื่องคอมพิวเตอร์โดยทั่วไปมีตะกั่วเป็นองค์ประกอบสูงถึงร้อยละ 6 ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้องมีการรีไซเคิลหรือนำกลับวัสดุแร่ธาตุมาใช้ประโยชน์ใหม่

วิธีการแก้ปัญหาที่ต้นทางเพื่อลดจำนวนขยะอิเล็กทรอนิกส์นั้นควรมีการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ออกจากขยะทั่วไป แล้วทิ้งลงในถังขยะที่จัดให้เข้าร่วมโครงการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆนอกจากนี้ผู้บริโภคควรเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่า Eco หรือ Green Product ในปัจจุบันมีบางประเทศได้ออกกฎหมายห้ามนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปฝังกลบ เนื่องจากขยะอิเล็กทรอนิกส์มีส่วนของขยะพิษประเภทโลหะหนักต่าง ๆ

สร้างชุมชนของเราให้สะอาดสวยงามน่าอยู่เพื่อคุณภาพชีวิต

ปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมเมืองนับวันทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากสังคมเมืองเป็นสังคมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องใช้ทรัพยากรในกระบวนการผลิต ทว่าการบริโภคที่มีสัดส่วนที่สูงเกินกว่าธรรมชาติและระบบที่มีอยู่จะบำบัดได้ ส่งผลให้สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม เกิดปัญหามลพิษทางน้ำ ขยะ คุณภาพอากาศและเสียงที่สูงเกินมาตรฐาน ทำให้ประชาชนเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ปัญหาแหล่งสะสมเชื้อโรค พาหะนำโรค ปัญหาความแออัดยัดเยียด สร้างความอึดอัดแก่ผู้คน เนื่องจากขาดพื้นที่สีเขียว ที่โล่งแจ้งในการพักผ่อนหย่อนใจ

ปัญหาทั้งหลายล้วนแล้วแต่เกิดจากการบริโภค และทิ้งของเสียของมนุษย์ ทั้งอากาศเสียเพราะรถยนต์ปล่อยแก๊สพิษมาก เสียงดัง น้ำเสีย ขยะเน่าเหม็นเพราะการทิ้งของเสียโดยไม่ได้จัดการที่แหล่งกำเนิด การแก้ไขปัญหาจึงต้องเริ่มที่ชุมชน ครัวเรือนที่ต้องหันมาแก้ไขปัญหาของชุมชน โดยการเข้ามาจัดการทำความสะอาด ปัดกวาด จัดการของเสียในบ้าน ในชุมชนของเราเองให้สะอาดสวยงามน่าอยู่เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเราและลูกหลานของเรา

“ชุมชน” เป็นคำใหม่ในสังคมไทยแต่สาระของความเป็นชุมชนดำรงอยู่กับสังคมไทยมานานแล้ว ในความหมายของคำว่า “บ้าน” ซึ่งหมายถึงหมู่บ้านเป็นสิ่งที่มีมาโดยธรรมชาติอยู่แล้วในการตั้งบ้านเรือนรวมกันในหมู่เครือญาติและมิตรสหาย ซึ่งก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่นำไปสู่การจัดการต่อปัญหาและความต้องการร่วมกัน ชุมชนเป็นคำที่มีหลายความหมายและถูกนำมาใช้หลายลักษณะ เช่น ชุมชนหมู่บ้าน ชุมชนในฐานะขบวนการประชาชน ชุมชนออนไลน์ ชุมชนเมือง ชุมชนแออัด ชุมชนหมู่บ้านจัดสรร ชุมชนชานเมือง แฟลต อพาร์ทเม้นท์ อาคารสำนักงาน สถานที่ราชการและรัฐวิสาหกิจ

ปัจจุบันลักษณะของชุมชนมีความสลับซับซ้อน มีลักษณะของความเป็นเมือง (City) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มกันของกลุ่มคนหลัก (ครอบครัวหรือเพื่อนบ้าน) หรือสมาคมที่มีจุดประสงค์ร่วมกัน กลุ่มเหล่านี้เกื้อกูลกันทางเศรษฐกิจ สังคม และการปกครอง ในเขตแดนจำกัดของกลุ่ม

การส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมในชุมชนกลับคืนสภาพมาอย่างเดิมได้

ปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้น ล้วนเกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์แทบทั้งสิ้น ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรต้องเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว เกิดมลพิษขึ้นเกือบทุกด้าน ผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยก็คือ ชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่ที่เกิดมลพิษนั้นๆ นอกจากนั้นยังก่อให้เกิดการแย่งชิงเพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่เหลืออยู่ สร้างปัญหาความขัดแย้งขึ้นในสังคม ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ หากทุกคนในชุมชนร่วมในกันเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นอย่างจริงจัง ทั้งที่ลงมือกระทำด้วยตนเองตลอดจนประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะสามารถฟื้นฟูบูรณะให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในท้องถิ่นกลับคืนสภาพมาอย่างเดิมได้ ลดขยะในชุมชน

การสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมชุมชน
การจัดงานรื่นเริงหรือกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน หากมีการตกแต่งสถานที่ควรคำนึงถึงเรื่องดังนี้
– ตกแต่งด้วยวัสดุที่ไม่เป็นอันตรายและภาระต่อสิ่งแวดล้อม ใช้วัสดุที่สามารถใช้ได้หลายครั้ง และนำกลับมาใช้ใหม่ได้
– ไม่ใช้โฟมในการตกแต่ง
– ใช้ต้นไม้ วัสดุธรรมชาติ เช่น ใบตอง ดอกไม้สด ในการตกแต่งสถานที่ให้มากที่สุด

การส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมชุมชนด้วยสื่อ
ในพื้นที่ของชุมชนแต่ละแห่งนั้น ควรจัดให้มีป้านรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ข้อมูลหรือเตือนใจแก้ผู้พบเห็น โดยติดตั้งแบบถาวรควรคำนึงถึงความเหมาะสมสวยงาม จะสามารถกระตุ้นเตือนให้คนในชุมชนตระหนักถึงความร่วมร่วมใจกัน รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในชุมชนได้เป็นอย่างดี

ชุมชนกับการอนุรักษ์ทรัพยากรท่องเที่ยว
สถานที่ท่องเที่ยว กิจกรรมและวัฒนธรรม ประเพณีของท้องถิ่น นอกจากจะเป็นสมบัติที่น่าภาคภูมิใจของชุมชนท้องถิ่นแล้ว ยังก่อผลเศรษฐกิจของท้องถิ่นอีกด้วย การร่วมแรงร่วมใจกันอนุรักษ์ทรัพยากรท้องเที่ยวให้คงอยู่อย่างยั่งยืน จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเช่น
– ช่วยกันรักษาสภาพธรรมชาติให้คงความสมบูรณ์ไว้มากที่สุด
– บูรณปฏิสังขรณ์แหล่งโบราณสถานอย่างถูกวิธี เพื่อให้คงอยู่คู่ชุมชนตลอดไป
– รณรงค์ส่งเสริมและฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น
– รักษาศิลปหัตถกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของท้องถิ่น โดยอาจนำมาผลิตเป็นสินค้าที่ระลึก

การป้องกันปัญหาขยะในชุมชน
การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน เพื่อป้องกันปัญหาขยะในชุมชนทำได้โดย
– ลดการนำขยะเข้าบ้าน ก่อนซื้อของเข้าบ้านทุกครั้ง ควรถามตนเองว่ามีความต้องการและจำเป็นจริงๆ หรือไม่ เพราะของที่เหลือใช้จากการใช้ นั้นคือปริมาณขยะชุมชนที่เพิ่มขึ้น
– มีถังขยะประจำบ้าน ถังขยะควรเป็นภาชนะที่แข็งแรงมีฝาปิดมิดชิดสามารถป้องกันแมลงและสัตว์
– แยกขยะก่อนทิ้ง วัสดุบางชนิดสามารถนำมาใช้ใหม่ได้ หรือนำไปแปรรูปเพื่อกลับมาใช้อีกได้ เช่น ขวด แก้ว โลหะ หรือกระดาษเป็นต้น วัสดุเหล่านี้สามารถขยายได้เป็นการลดปริมาณขยะที่จะนำไปกำจัดอีก
– ทิ้งขยะให้ถูกที ตามจุดที่กำหนดไว้สำหรับการทิ้งขยะเท่านั้น

แนวทางในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

สิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตมนุษย์ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ 2.สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยในสังคมชนบทสิ่งแวดล้อมส่วนใหญ่เป็นสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติแต่ในสังคมเมืองสิ่งแวดล้อมเมืองส่วนใหญ่เป็นสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการของวิถีชีวิตแบบเมือง ไม่ว่าจะเป็นความเหมาะสมในกระบวนการผลิตในเชิงอุตสาหกรรม การสร้างและปรับแต่งสภาพแวดล้อมทางกายภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของมนุษย์ จึงเกิดเป็นปัญหาด้านสุขภาวะที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ดังนั้นเพื่อให้สภาพแวดล้อมมีการสร้างสุขภาวะที่ดีจึงจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาต่างๆ ดังต่อไปนี้
– การสร้างเมืองที่มีคุณภาพด้านสุขภาวะ โดยลดการขยายตัวของเมืองไปยังพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรมรอบเมือง และให้ความสำคัญกับพื้นที่ศูนย์กลางเมืองโดยผ่านมาตรการด้านการบูรณะฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
– ปัญหาที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเรื่องคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ อาชญากรรม ยาเสพติด ซึ่งนำมาสู่ปัญหาชุมชนแออัดที่มีสุขภาวะที่ด้อยกว่ามาตรฐาน ซึ่งจะต้องได้รับการออกแบบที่ดี มีองค์ประกอบครบถ้วนของความเป็นชุมชน สามารถเชื่อมโยงกับแหล่งงานและบริการพื้นฐานต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก
– การสร้างพื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่สาธารณะ เป็นพื้นที่ที่มีต้นไม้กระจายอยู่ทั่วไป เมื่อมีชุมชนเมืองมีการก่อสร้างหนาแน่นมากขึ้น พื้นที่สีเขียวย่อมลดลงทำให้คุณภาพชีวิตลดลงด้วย
– สิ่งแวดล้อมในเมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมกิจกรรมต่าง ๆ ของประชาชนจึงนำมาซึ่งปัญหาการจัดการของเสียที่เกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เนื่องจากของเสียเหล่านั้นไม่สามารถจัดการได้ด้วยการย่อยสลายตามธรรมชาติได้ เช่น ขยะมูลฝอย น้ำเสียจากกิจกรรม
– การใช้พลังงานที่สะอาด ใช้อย่างเพียงพอกับกิจกรรมต่างๆ โดยมุ่งที่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน และมีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดการประหยัดพลังงาน ในทุก ๆ ด้าน
ดังนั้น สภาพแวดล้อมชุมชนเมืองที่น่าอยู่อาศัยจะต้องมีการปรับปรุงและสร้างสรรค์ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสภาพแวดล้อมชุมชนเมือง โดยการให้ประชาชนรับรู้ข่าวสารจากสื่อโฆษณา รวมทั้งการจัดระเบียบสังคมพื้นที่ย่านธุรกิจ เกี่ยวกับการจัดสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสมเท่านี้ก็จะช่วยให้สิ่งแวดล้อมสามารถอยู่กับชุมชนไปได้อย่างยั่งยืน

ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยีก็เป็นปัจจัยอีกตัวหนึ่งที่ช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

16

มนุษย์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของสิ่งแวดล้อมในชุมชนได้อาศัยและใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมในการอยู่รอดของชีวิต มนุษย์มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ ดังนั้นการกระทำของมนุษย์จึงมีผลกระทบกระเทือนต่อสิ่งแวดล้อม ต่อความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมที่เราเรียกกันว่าระบบนิเวศวิทยา ผลกระทบกระเทือนนั้นเป็นไปได้ทั้งในทางสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น หรือในทางทำลายให้เลวลง ผลกระทบกระเทือนนี้เกิดขึ้นทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม มีมากบ้างน้อยบ้าง

ตัวอย่างง่าย ๆ ที่ชี้ให้เห็นถึงการกระทำที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ถ้าเราต้องการรับประทานอาหาร เราต้องเอาพืช ผลไม้ จากในป่าหรือต้องใช้ที่ดินเพาะปลูก ถ้าเราต้องการสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ก็จำเป็นต้องตัดต้นไม้ในป่าเอามาสร้างบ้านจะทำให้จำนวนต้นไม้ ป่าไม้ ลดลง และถ้าลดลงมาก ๆ จะทำให้ธรรมชาติเสียความสมดุล ความสัมพันธ์ในระหว่างสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไป ฝนอาจจะตกน้อยจนทำให้แห้งแล้ง หรืออาจจะเกิดน้ำท่วมได้ เพราะไม่มีป่าไม้ที่ช่วยทำให้น้ำถูกดูดซึมซับอยู่ใต้ดิน ในขณะเดียวกันถ้าเราช่วยกันปลูกต้นไม้ ไม่ว่าจะต้นเล็กหรือต้นใหญ่ก็ตามจะช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมในชุมชนของเราดีขึ้น จะมีต้นไม้เขียวชอุ่มมาก ป่าไม้ก็อุดมสมบูรณ์ ซึ่งก็มีส่วนทำให้ฝนตก ไม่แห้งแล้ง และยังช่วยไม่ให้เกิดน้ำท่วมได้ เพราะน้ำจะถูกดูดซึมไว้ในป่าและถูกปล่อยให้เราได้ใช้กันตลอดทั้งปี ด้วยวิถีทางธรรมชาติ ต้นไม้ยังช่วยทำให้อากาศบริสุทธิ์ด้วย เพราะในเวลากลางวันต้นไม้จะหายใจเอาก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ และคายก๊าซอ๊อกซิเจนออกมา ซึ่งเป็นก๊าซที่มนุษย์เราต้องการในการหายใจ นอกจากนี้ ต้นไม้ยังช่วยทำให้บ้านเมืองและชุมชนมีความสวยงามร่มเย็นน่าอยู่อาศัยมากขึ้น

ไม่ว่ามนุษย์จะอยู่ ณ ที่แห่งใด จะตั้งชุมชนใหญ่หรือเล็กก็ตาม ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องอาศัยพึ่งพาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็ย่อมจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสิ่งแวดล้อมได้ แม้ว่าจะมีมนุษย์อยู่เพียงคนเดียวในโลก สิ่งแวดล้อมก็ถูกทำลายได้เหมือนกัน เป็นต้นว่า มนุษย์เก็บเกี่ยวเอาพืชพันธุ์ไม้และล่าสัตว์เป็นอาหาร ตัดไม้ในป่าเอามาสร้างที่อยู่อาศัยและทำเชื้อเพลิงและมนุษย์ก็ยังขับถ่ายของเสียลงสู่สิ่งแวดล้อม แต่มนุษย์เพียงคนเดียวก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมไม่มากนัก แต่เมื่อใดก็ตามที่มีมนุษย์มากขึ้น ความต้องการใช้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็มากขึ้นตามไปด้วย เพราะแต่ละคนต่างก็มีส่วนในการทำลายสิ่งแวดล้อมคนละมากบ้างน้อยบ้าง เมื่อรวมทั้งหมดแล้วสิ่งแวดล้อมในชุมชนจะถูกทำลายอย่างมาก และปรากฎให้เห็นอย่างเด่นชัด

ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยี ก็เป็นปัจจัยอีกตัวหนึ่งที่ช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วจากการที่เรามุ่งพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ขยายการก่อสร้าง ปัจจัยพื้นฐานแห่งการพัฒนา เช่น ถนน เขื่อน สนามบิน ท่าเรือ ฯลฯ เร่งผลิตสินค้าและบริการให้ทันกับความต้องการของประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละชุมชนจึงถูกนำมาใช้กับวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นจำนวนมาก จากขบวนการพัฒนาและการผลิตทำให้มีของเสียเหลือทิ้งออกมาในรูปต่าง ๆ เจือปนอยู่กับสิ่งแวดล้อมในชุมชน ความสมดุลในธรรมชาติก็เสียไป