ชุมชนกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมมูลฝอย


มนุษย์กับสิ่งแวดล้อมมีความสัมพันธ์กันโดยไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ปัจจัยหนึ่งที่มนุษย์จะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขนั้น จะต้องมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี แต่ในปัจจุบันสภาพสิ่งแวดล้อมกำลังถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเมืองใหญ่เช่นกรุงเทพมหานคร ซึ่งนอกจากจะเป็นศูนย์รวมแห่งความเจริญด้านต่างๆ ของประเทศแล้วยังเป็นศูนย์รวมแห่งมลภาวะด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะด้านเสียง อากาศ น้ำ และขยะ สภาพแวดล้อมในกรุงเทพมหานครเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ไม่พึงปรารถนา เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของทุก ๆ คนในชุมชนในฐานะเจ้าของบ้าน ที่ต้องช่วยกันป้องกันการทำลายสิ่งแวดล้อม และทำการส่งเสริมให้สิ่งแวดล้อมอยู่ในสภาพที่ดี เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ต่อไป

ชุมชน
ชุมชน เป็นหน่วยย่อยซึ่งประกอบรวมกันขึ้นเป็นเมือง แต่หน่วยย่อยนี้นับเป็นองค์ประกอบหลักที่มีความสำคัญอันเป็นกลไกในการบริหารจัดการเมืองในภาพรวม ดังนั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาเมืองในด้านต่างๆ เช่นเดียวกับ การจัดการมูลฝอย ก็ต้องการการมีส่วนร่วมของชุมชนทั้งหมดในกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,745 ชุมชน ซึ่งประกอบด้วยชุมชน 5 ประเภท ได้แก่ ชุมชนแออัด, ชุมชนเมือง, ชุมชนหมู่บ้านจัดสรร, เคหะชุมชน และชุมชนชานเมือง ชุมชนแต่ละประเภทได้มีการให้คำจำกัดความโดยสำนักพัฒนาชุมชน กรุงเทพมหานครไว้ ดังนี้

ชุมชน หมายถึง ชุมชนแออัด ชุมชนชานเมือง เคหะชุมชน หมู่บ้านจัดสรร และชุมชนเมือง ที่กรุงเทพมหานครกำหนดขึ้น ทั้งนี้โดยทำเป็นประกาศกรุงเทพมหานคร
1. ชุมชนแออัด หมายถึง ชุมชนส่วนใหญ่ที่มีอาคารหนาแน่นไร้ระเบียบและชำรุดทรุดโทรม ประชาชนอยู่อย่างแออัด มีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของ ผู้อยู่อาศัย โดยให้ถือเกณฑ์ความหนาแน่นของบ้านเรือนอย่างน้อย 15 หลังคาเรือนต่อพื้นที่ 1 ไร่
2. ชุมชนชานเมือง หมายถึง ชุมชนที่กรุงเทพมหานครได้จัดทำเป็นประกาศกำหนดชุมชนโดยมีพื้นที่ดำเนินการด้านเกษตรกรรมในเขตกรุงเทพมหานครรอบนอกเป็นส่วนใหญ่ มีบ้านเรือนไม่แออัดแต่ขาดการวางแผนทางด้านผังชุมชน เช่น ทางระบายน้ำ ทางเดินเท้า เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง การสัญจรไปมาของประชาชนในชุมชน
3. ชุมชนหมู่บ้านจัดสรร หมายถึง ชุมชนที่มีบ้านจัดสรรที่เป็นบ้านที่อยู่อาศัย และดำเนินการในภาคเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร โดยมีลักษณะบ้านเป็นบ้านเดี่ยวที่มีบริเวณ ทาวเฮ้าส์ ตึกแถว หรือบ้านแฝด สภาพทั่วไปควรจะต้องมีการพัฒนา เช่น ทางระบายน้ำ ขยะ ทางเท้า ซึ่งกรุงเทพมหานครพิจารณาถึงความต้องการของประชาชนและความเหมาะสมในการที่จะเข้าไปดำเนินการพัฒนาซึ่งจะได้ทำเป็นประกาศกำหนดชุมชน
4. เคหะชุมชน หมายถึง ชุมชนที่ได้รับการจัดตั้งดำเนินการและดูแลโครงการโดยการเคหะแห่งชาติมีสภาพเป็นแฟลต และกรุงเทพมหานครเข้าไปดำเนินการ ในด้านทางระบายน้ำ ขยะ ทางเท้า เศรษฐกิจ สังคม อนามัยและอื่นๆ
5. ชุมชนเมือง หมายถึง ชุมชนที่มีความหนาแน่นของบ้านน้อยกว่าชุมชนแออัด กล่าวคือน้อยกว่า 15 หลังต่อ 1 ไร่แต่มีความหนาแน่นของจำนวนบ้านมากกว่าชุมชนชานเมือง และกรุงเทพมหานครได้จัดทำประกาศกำหนดเป็นชุมชน โดยที่ชุมชนดังกล่าวไม่เป็นชุมชนตามที่กล่าวมาในข้ออื่น ๆ

บทบาทของชุมชนในด้านการจัดการมูลฝอย
ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีปริมาณมูลฝอยประมาณ 9,500 ตันต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตหากประชาชนยังคงทิ้งมูลฝอยโดยขาดจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อม การจัดการมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง แต่การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือ การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ซึ่งหมายถึงการลดปริมาณมูลฝอยจากแหล่งกำเนิด
การจัดการมูลฝอยมีความเกี่ยวโยงโดยตรงระหว่างการมีส่วนร่วมของชุมชนกับสิ่งแวดล้อมและทิศทางของการพัฒนาประเทศก็เล็งเห็นถึงความเกี่ยวโยงนี้โดยเห็นได้จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2545-2549) ได้กำหนดให้ความสำคัญของชุมชนโดยได้กำหนดเป็นบทบาทการพัฒนาประเทศไว้ว่า “พัฒนาเป็นสังคมและชุมชนที่เข้มแข็ง มีระบบบริหารจัดการที่ดีในทุกระดับ” โดยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้วางพื้นฐานให้เกิดการปฏิรูปภาคการเมืองและสังคมหลายด้าน ขณะที่กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและพลังท้องถิ่นชุมชนมีความเข้มแข็งมากขึ้น รวมถึงการเล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม           ได้นำไปสู่การตื่นตัวในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน